แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ประสบการณ์เพาะพันธุ์ปลา แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ประสบการณ์เพาะพันธุ์ปลา แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

เพาะปลากัดโดยการจำลองธรรมชาติ ตอนที่2

ต่อจากเพาะปลากัดโดยการจำลองธรรมชาตินะครับ

คราวนี้เรามาดูการเตรียมตัวอนุบาลลูกปลากัดของป๊อปว่าทำอย่างไร?
เริ่มจากการเตรียมกะละมังใบใหญ่ แล้วทำดังนี้
1 ใส่น้ำที่ไม่มีครอรีนลงไปครึ่งกะละมัง
2 ใส่ใบหูกวาง 1-2 ใบใหญ่ ถ้าไม่มีใช้น้ำหมักสมุนไพรที่ร้านขายปลามีขายแทนก็ได้ครับ
3 ใส่สาหร่ายหางกระรอกเยอะๆ
4 ใส่ผักบุ่งขยี่ 1 ต้น (ไว้เป็นอาหารของพารามิเซี่ยม)
5 ใส่นมสด 1 ช้อนชา (ไว้เป็นอาหารของพารามิเซี่ยม)

คนให้น้ำเป็นสีขาวขุ่นของนมสด ทิ้งไว้ 1 คืน (ให้พารามิเซี่ยมเกิดก่อน)
จากนั้นเอาอ่างของลูกปลากัดที่ได้ (วันที่10) มาลอยลงไปในกะละมังใบใหญ่ที่เตรียมไว้แล้วเพื่อปรับอุณหภูมิของน้ำให้เท่ากันก่อน ประมาณ 1 ชม. ให้เทลูกปลากัดลงในกะละมังใหญ่โดยไม่ต้องยกกะละมังเล็กนะครับ ให้น้ำในกะละมังใหญ่เข้าไปในกะละมังเล็กก่อนพักไว้ประมาณ 5 นาที แล้วเทลูกปลาทั้วหมดลงไปในกะละมังใหญ่ได้ การเทแบบนี้ ลูกปลาจะได้ปรับตัวเข้ากับน้ำใหม่ครึงนึงก่อน แล้วพอใส่ลงไปในกะละมังใหญ่ลูกปลาจะไม่ช็อกน้ำและไม่กระทบกระเทือนจากการเทน้ำแรงๆด้วยครับ

เข้าเรื่องหัวข้อบทความนี้ว่าการเพาะปลากัดโดยการจำลองธรรมชาติเพราะอะไร การที่ผมเตรียมกะละมังใหญ่ไว้อนุบาลลูกปลากัด เพื่อให้กะละมังมีสมดุลของระบบห่วงโซ่อาหารของลูกปลากัด เพื่อใช้ดำรงชีวิตอยู่ได้จนโตโดยไม่ตายเพราะน้ำเน่าเสียก่อน การใส่พารามิเซี่ยม ทำให้ลูกปลามีอาหารช่วงอนุบาลที่เป็นอาหารจากธรรมชาติเหมือนอยู่แม่น้ำลำคลอง จากนั้นจะมีการหมักหมมของผักบุ้งขยี่ที่เน่าเปลื่อยตามธรรมชาติและนมสดเป็นอาหารหลักของพารามิเซี่ยม ส่วนใบหูกวางจะเป็นยารักษาโรคในน้ำ และสุดท้าย สาหร่ายหางกระรอก จะทำหน้าที่ให้อ๊อกซิเจนในน้ำและดูดสารพิษในน้ำ ไม่ให้น้ำเน่านั่นเอง

วิธีทำพารามิเซี่ยมอย่างง่าย

ภาพจากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

มารู้จักพารามีเซียมกันก่อนครับ?
      พารามีเซียม (Paramecium) เป็นสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กจำพวกโปรโตซัว ซึ่งมักเกิดในบริเวณที่มีการเน่าของอินทรีย์วัตถุ ไม่ว่าจะเป็นทรากพืช เช่น ใบไม้ หญ้า ทรากสัตว์ หรือเศษอาหาร ปกติจะใช้เป็นตัวแทนของสัตว์เซลเดียวกลุ่มที่มีขน (cilia) ในเรื่องโครงสร้างของเซลล์ การกินอาหาร การแบ่งเซลล์ และการแพร่พันธุ์แบบใช้เพศ ปัจจุบันพบว่าลูกปลาวัยอ่อนสามารถกินพารามีเซียมเป็นอาหารได้ และสามารถดำเนินการเพาะเลี้ยงให้เพิ่มจำนวนมากมายได้อย่างง่ายๆ ทำให้พารามีเซียมกลาย เป็นอาหารธรรมชาติที่มีประโยชน์อย่างยิ่งในการอนุบาลลูกปลาวัยอ่อน โดยเฉพาะในธุรกิจการเลี้ยงปลาสวยงาม   เพราะทำให้ลูกปลาวัยอ่อนที่มีขนาดเล็กเจริญเติบโตรวดเร็ว  และมีอัตราการรอดสูง   มีความสำคัญสำหรับผู้เพาะเลี้ยงปลากัด   ปลาปอมปาดัวร์   ปลาเทวดา   ปลาม้าลาย และปลาซิวชนิดต่างๆ   อย่างมาก   ที่สำคัญคือผู้เพาะเลี้ยงปลาสวยงามทั่วไปสามารถเตรียมเชื้อพารามีเซียม และดำเนินการเพาะเลี้ยงได้อย่างง่ายๆ

แล้วป๊อปเพาะพารามีเซียมยังไง?
การเพาะพารามีเซียม ไม่ยากเลยครับป๊อปทำดังนี้
1 เตรียมน้ำที่ไม่มีครอรีนใส่ถัง
2 ใส่หญ้าแห้ง+หญ้าสด หรือ ใส่ฟางข้าว หรือผักบุ่งจีนขยี้ให้เละ
3 ใส่นมสด (ป๊อปใช้เมจิขวดน้ำเงิน) ใส่นิดเดียวนะ แค่ 1 ช้อนชา

จากนั้น คนให้เข้ากันแล้วเอาฝาปิดไว้กันยุงไข่ ผ่านไป 1 คืน ตอนเช้าลองเอาแก้วใส่หรือขวดโซดามาตักแล้ววางให้น้ำในขวดนิ่ง จากนั้นเอาไฟฉายส่องดูจะเห็นฝุ่นขาวๆที่ไม่ได้ตกตะกอนลอยอยู่ ให้สังเกตดีๆจะเห็นการเครื่องที่ของมันเป็นวงกลมหมุนไปมา ขนาดมันจะเล็กมากๆนะครับ แต่ตัวใหญ่สุดสามารถมองเห็นด้วยตาเปล่า เท่านี้เราก็สามารถเอามาเป็นอาหารปลากัดได้แล้วครับ

ผ่านไปสองวัน ถ้าน้ำมีกลิ่นเหม็นเน่า ให้เอาน้ำออกครึ่งนึงแล้วใส่น้ำใหม่ และนมสด 1 ช้อนชา คนๆ ปิดฝากันยุงไข่ แล้วทิ้งไว้ 1คืน ก็จะได้พารามีเซียม ง่ายมั๊ยล่ะ

วันพฤหัสบดีที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

เพาะปลากัดโดยการจำลองธรรมชาติ

สวัสดีครับเพื่อนๆที่รักปลากัดทุกท่าน 
วันนี้ป๊อปมีวิธีเพาะปลากัดในแบบของป๊อปเองครับ ใครเพาะได้แล้วข้ามไปได้เลยครับ ทำไมต้องแบบของป๊อปล่ะ? ก็เพราะว่าป๊อปต้องล้มบ่อมาหลายครับเพราะการศึกษาวิธีเพาะหลายรูปแบบหลายคนเล่า จนทำให้เริ่มงงแล้วลองผิดลองถูกตามหลักสูตรที่ได้พบเห็นมานับสิบๆสูตร จนทำให้วันนี้ป๊อปสามารถเพาะพันธุ์ปลากัดได้เองแล้ว เรื่องมันมีอยู่ว่า ป๊อปต้องมีข้อจำกัดหลายอย่างที่ทำให้ไม่สามารถเพาะแบบคนอื่นได้ (หรือทำได้แต่ป๊อปอาจจะทำไม่สำเร็จมั้ง)
ข้อจำกัดที่ว่าก็คือ
1 ป๊อปต้องอยู่อาคารเช่า มีพื้นที่จำกัดน้อยมาก
2 ป๊อปไม่มีไรแดงหรือไรจืด ทำไงล่ะ
3 ป๊อปไม่มีอ๊อกซิเจนไว้เป่าเบาๆ

สิ่งที่ต้องเตรียม?
ข้อจำกัดเอาเท่านี้ก่อนเดี๋ยวยาว ต่อไปเริ่มวิธีการเพาะเลยแล้วกัน
ก่อนอื่นเตรียมภาชนะที่จะเพาะ ให้มีความสูงอย่างน้อย 10 ซม.ก็ยังดี เช่น ขันใหญ่หน่อย กะละมังเล็กสัก 1 ฟุต หรือกระถางต้นไม้อุดรูที่ก้นก็ได้ ...

ในที่นี้ป๊อปใช้กะละมังขนาดกว้าง 1 ฟุตนะครับ เพราะมันเพียงพอที่จะทำให้ปลารู้สึกไม่แคบเกินไป ไม่กว้างเกินไป เมื่อเทียบกับขนาดตัวมัน แล้วยังสามารถไล่ตัวเมียได้ดีพอสมควร

ใส่น้ำครึ่งกะละมัง ประมาณ 5-7 ซม. น้ำต้องไม่มีคลอรีนนะ

ใส่ใบหูกวาง แต่ป๊อปไม่มีใบหูกวางเลยต้องใช้น้ำหมักจากสมุนไพรที่ซื้อตามร้านขายปลาแทนให้สีเป็นสีชาอ่อนๆ

ใส่ผักบุ้ง 1 ต้นให้เด็ดใบใหญ่ออกให้เหลือประมาณ3-4ใบก็พอ ปลาจะสร้างหวอดตรงนี้

ใส่พ่อปลากัดลงไป แล้วเอาแม่ปลากัดใส่ขวดโซดาวางตรงกลาง เอาพลาสติก(ป๊อปใช้ฟิวเจอร์บอร์ด) เจาะรูตรงกลางวางปิดกะละมังไว้ แล้วรอให้ถึงตอนเย็น ป๊อปรอถึง 5 โมงเย็น ถ้ามัน 5 โมงเย็นพอดี ให้ใส่แม่ปลากัดลงไปได้เลยครับ แล้วปิดฝาหากระดาษหรือหนังสือหรืออะไรก็ได้มาปิดรูที่ฝาไว้ ทิ้งไว้ 1 คืน ..

ลองดูได้ไข่หรือยัง?
เที่ยงวันต่อมา ลองเปืดดูว่าได้ไข่ หรือยัง ?
+ ถ้าได้ไข่แล้วและแม่ปลากัดถูกพ่อปลากัดไล่ไปฝังตรงข้างของหวอด หรือไปซุกอยู่ที่มุมให้ตักแม่ปลากัดออกได้ทันที
+ ถ้าได้ไข่แล้วแต่แม่ปลากัดอยู่ใต้หวอดแสดงว่ายังไม่เสร็จ อีก 2 ชั่วโมงให้กลับมาเปิดดูใหม่
+ หรือถ้าใครไม่มีเวลามากให้เปิดดูทีเดียวเลยตอนเย็นประมาณ 5โมงเย็น ว่าได้ไข่มั๊ย ถ้ายังไม่ได้อีกให้จับแม่ปลากัดใส่ขวดพักไว้ 1 วันค่อยเริ่มผสมใหม่ในเย็นวันพรุ่งนี้ เนื่องจากตัวเมียอาจจะไข่ยังไม่สุกดีหรือยังไม่พร้อมจะผสมพันธุ์ เนื่องจากการพักปลาตัวเมียไว้ในขวดโซดาแล้ววางไว้ตรงกลาง จะทำให้ปลาตัวเมียได้พักผ่อนเต็มที่ ไม่ถูกตัวผู้กวน หรือไล่กัดอีก ซึ่งอาจจะทำให้ปลาตัวเมียอาจจะเหนื่อยหรือบาดเจ็บจนตายได้

เอาแม่ปลากัดออกก่อนนะหิวแล้ว?
เมื่อได้ไข่ปลากัดแล้วให้นำตัวปลากัดตัวเมียออกโดยดูจากการที่ปลากัดตัวผู้แผ่ใส่แบบตรงๆ เหมือนคนจะเอาเรื่องกัน แล้ววิ่งกลับเข้าหวอด เป็นระยะ เมื่อปลากัดตัวเมียอยู่ห่างจากหวอด หรือตรงข้ามหวอดชิดกับกะละมัง ให้ใช้มือกางนิ้วเล็กน้อยค่อยๆจับเบาๆ(ถ้ามีกระชอนปลากัดก็ใช้มันซะนะ) ตัวเมียจะไม่วิ่งหนีเร็ว พยายามอย่าให้น้ำกระเพื่อมมากนัก เมือจับตัวเมียออกแล้วให้ปิดฝาให้มิด แต่ให้มีช่องลมผ่านเล็กๆก็พอ

ส่วนแม่ปลากัดเมื่อเอาออกมาแล้วสามารถให้อาหารได้ทันที แล้วพักเลี้ยงตามปกติอีก 1 เดือนค่อยเอามาเพาะใหม่ได้ หมดหน้าที่แม่ปลากัด

พ่อปลากัดแสนดีทำหน้าที่ต่อ?
555 ถึงตอนนี้แหละปัญหาใหญ่มากเลยสำหรับผู้เริ่มต้นอย่างป๊อป ที่ต้องล้มบ่อเป็น 10 บ่อเพราะขั้นตอนนี้ หลายคนบอกว่า พ่อปลาอดอาหารได้นานเป็นสัปดาห์ หลายคนบอกให้อาหารพ่อปลาได้ หลายคนบอกให้ลูกว่ายน้ำเป็นก่อน หลายคนบอกว่ารอให้ลูกโตเท่าหัวไม้ขีด ... แต่ทุกคนไม่ได้ผิดครับ เพราะมันเป็นเทคนิคของแต่ละคน แล้วป๊อปทำไงล่ะ?

หลังจากล้มมาหลายบ่อเลยได้วิธีที่ตัวเองถนัดดังนี้ครับ (ป๊อปทำแล้วได้ผล แต่ไม่รู้ว่าใครจะใช้วิธีนี้ได้ผลมั๊ยนะ)

อดทน อดทน แล้วก็ อดทน?
ผู้เพาะปลากัดมือใหม่ส่วนมากอยากเห็นไข่ อยากเห็นลูกปลา อยากเห็น... เลยทำให้ต้องเปิดดูบ่อยครั้ง หากใครไม่ได้เพาะในตู้ปลาแบบป๊อปต้องอดทนรอ โดยนับวันแบบนี้
วันที่1 เอาแม่ปลาออก ก่อน 5โมงเย็น
วันที่2 ลูกปลาออกจากไข่ตอนกลางคืนทั้งคืน
วันที่3 ลูกปลาห้อยหัวอยู่ที่หวอด
วันที่4 ลูกปลาเริ่มหัดว่ายน้ำ จะพุ่งจู๊ดขึ้นมาหายใจเวลาหายใจไม่ออก
วันที่5 ลูกปลาว่ายน้ำเป็นบ้างแล้ว
วันที่6 ลูกปลาทุกตัวว่ายน้ำเล่น วันนี้ผมจะเอาพ่อปลากัดออกครับ โอกาสรอดสูง(ทำไงต่อ)
วันที่7 ถ้าพ่อปลากัดอดอาหารมาถึงวันที่7 ส่วนมากลูกปลากัดจะหายไปเรื่อยๆครับ

หลังวันที่6 ทำไงต่อดีล่ะ?
เมื่อเอาพ่อปลากัดออกแล้วให้อาหารพ่อปลากัดได้ตามปกติแล้วพักอย่างน้อย 3 วัน จะสามารถเทียบผสมต่อได้ใหม่ครับ ส่วนลูกปลากัด เราจะปิดฝาไว้ต่ออีก1วัน แล้วทำดังนี้
วันที่7 ให้พารามิเซี่ยมครึ่งขวดโซดา แล้วปิดฝาไว้ (*ดูวิธีทำพารามิเซี่ยมอย่างง่าย)
วันที่8 ให้พารามิเซี่ยมครึ่งขวดโซดา แล้วปิดฝาไว้
วันที่9 ให้พารามิเซี่ยมครึ่งขวดโซดา แล้วปิดฝาไว้
วันที่10 ย้ายลูกปลาไปกะละมังที่ใหญ่กว่าเดิม เพื่ออนุบาลลูกปลา


*ดูต่อการเตรียมตัวอนุบาลลูกปลากัด

วันจันทร์ที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2556

เพาะปลากัดยักษ์ กับ ปลากัดหม้อ ครั้งที่ 2

วันที่ 16/6/2556
เวลา 17.00น. นำปลากัดลงบ่อผสม

วันที่ 17/6/2556
เวลา 15.00น. ปลากัดยักย์ผสมพันธุ์เสร็จแล้วได้ไข่แล้ว เอาตัวเมียออกแล้ว

วันที่ 18/6/2556
เวลา 23.00น. ไปแอบบดู เอาอีกแล้ว ไข่จมน้ำเยอะเลย พ่อปลาไม่ได้เก็บไปไว้ที่หวอด
บางตัวออกจากไข่แล้วต้องพุ่งจู้ดมาผิวน้ำ

วันที่ 19/6/2556
เวลา 10.00น. ไปแอบดูอีกที เห็นตัวลูกปลากัดอยู่ก้นบ่อ ยังว่ายน้ำไม่คล่อง กะว่าคืนนี้จะเอาพ่อมันออกแล้วเลี้ยงต่อไปเอง

เพาะปลากัดหม้อ คู่ที่1

วันที่ 14/6/2556
เวลา 16.00น. นำปลากัดหม้อลงบ่อเพาะทั้งคู่

วันที่ 15/6/2556
เวลา 10.00น. ผสมปลากัดหม้อได้ไข่แล้วเอาแม่ออกแล้ว

วันที่ 16/6/2556
เวลา 24.00น. ลูกปลาออกจากไข่ กำลังพักตัวที่หวอด พ่อปลาดูแลอยู่ใต้หวอดอย่างสงบ

วันที่ 17/6/2556
เวลา 15.00น. ลูกปลาเริ่มหัดว่ายน้ำ ยังไม่แข็งแรง
เวลา 23.00น. ให้พารามีเซียมมื้อแรกนิดหน่อย 

วันที่ 18/6/2556
เวลา 10.00น.  ให้พารามีเซียมมื้อสองนิดหน่อย ลูกปลาว่ายน้ำเก่งขึ้นแล้ว

วันพุธที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2556

เพาะปลากัดยักษ์ กับ ปลากัดหม้อ

วันที่ 11/6/2556 ได้ผสมพันธุ์ปลากัดยักษ์(ผู้) กับ ปลากัดหม้อ(เมีย) โดยนำปลาลงบ่อเดียวกันเวลา 8.00 น. แล้วผสมเสร็จเวลา 14.00 น. แล้วเอาตัวเมียออก

วันที่ 12/6/2556
เวลา 14.00น. ได้สังเกตุเห็นว่า ไข่ปลาจมก้นบ่อทั้งหมด พ่อปลาเฝ้าดูอยู่นอกหวอด
เวลา 15.00น. เห็นพ่อปลาเริ่มเก็บไข่ขึ้นหวอดอีกครั้ง ค่อยใจชื้นขึ้นหน่อย

วันที่ 13/6/2556
เวลา 02.00น. ไปแอบส่องดู เห็นลูกปลาว่ายน้ำเต็มเลย ดีใจจัง ^^
เวลา 10.00น. ลูกปลาส่วนใหญ่จมลงใต้บ่อ แต่ก็มีการเคลื่อนไหวและพุ่งจู้ดมาบนผิวน้ำ

วันที่ 14/6/2556
เวลา 17.00น. ไปแอบดู คาดว่าจะได้เห็นลูกปลาว่ายน้ำกันมากขึ้น แต่กับเห็นลูกปลาเหลือน้อยลง
แล้วยังเห็นลูกปลาตัวนึงกำลังจมน้ำแล้วพ่อปลาก็มากินต่อหน้าต่อตา มันชักยังไงแล้ว..

วันที่ 15/6/2556
เวลา 09.00น. ไปแอบดูอีกที คราวนี้ หาลูกปลาไม่เจอสักตัว T-T พ่อมันคงกินหมด เลยต้องล้มบ่อเอาพ่อปลามาพักฟื้นใหม่

...จบ

ที่พ่อกินลูกอาจจะเกิดจาก
1 เพิ่มระดับน้ำ 0.5 cm
2 เปิดปิดหน้าต่างเสียงดัง (ก็ไม่น่าดังมาก)
3 ลูกปลาไม่แข็งแรง
4 ในบ่ออาหารไม่พอ
5 ใส่เม็ดลูกน้ำอบแห้ง 5เม็ด ลอยไกลๆหวอด